ผู้เขียน หัวข้อ: ผ้าไหมไทยพร้อมกับการร่างโครง  (อ่าน 3 ครั้ง)

diorarmani2000

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13872
    • ดูรายละเอียด
ผ้าไหมไทยพร้อมกับการร่างโครง
« เมื่อ: พฤศจิกายน 22, 2020, 05:48:28 AM »
ผ้าไหมไทยพร้อมกับการออกแบบ
 
ผ้าไหม ถือเป็นมรดกอันมีคุณค่าของเน้ำมืองไทย มีความสวยงามสิ่งชนิดไหมที่เป็นเอกลักษณ์ รูปแบบที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย ทำเอาเป็นผ้าไทย ที่ได้รับความนิยมชมชอบ พร้อมด้วยโด่งดังไปทั่วโลก ขอถ่ายทอดเหตุการณ์ราวความเป็นไทยในเหตุการณ์สรรพสิ่ง ผ้าไหมไทย ด้วยกันงานร่างแบบมาให้คนพึงพอใจการตกแต่งภายใน นำไปประยุกต์ใช้หรือเป็นความรู้เพิ่มเติมเพื่อการเติมแต่งภายในบ้าน  การทอผ้าไหมสิ่งของไทย ในอดีตเป็นการทำกันในครัวเรือนเพื่อใช้เอง หรือทำขึ้นเพื่อใช้ในงานพิธี เช่น งานบุญ งานแต่งงาน หรืองานสังคมต่างๆ คนไทยมีการนำเอาศิลปะมาประยุกต์ใช้กับวัตถุที่มีอยู่ในท้องถิ่นมาสร้างสรรค์ให้เกิดผลดี พร้อมด้วยมากยิ่งกว่าการใช้งาน คือความสวยสดพร้อมกับความมีเสน่ห์แบบไทย เป็นการแสดงถึงความพิถีพิถันข้าวของคนไทยที่มีมาแต่ในอดีตพร้อมด้วยความคิดสร้างสรรค์ในการดีไซน์ซึ่งยังสืบต่อมาถึงสมัยนี้ และยังคงสร้างสรรค์ผลงานจากผ้าไหมในรูปแบบต่างๆมากยิ่งขึ้น
 
ประวัติผ้าไหมไทย
ประวัติสิ่งของผ้าไหม ที่มีหลักฐานกับการค้นพบอยู่ยืดยิ่ง พหัวเรื่องี่ประเทศจีน ราวๆ 4,700 กว่าปีที่ลงมือน โดยมีหลักฐานที่ศักยอ้างถึงได้ คือ หนังสือจีนโบราณชื่อ "ไคเภ็ก" ที่พูดถึงราชวงศ์จีน พระนาง หนึ่งว่าเป็นผู้ริเริ่มค้นหาพบการทอผ้าจากกลุ่มใยไหม ส่วนในไทยพบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการทอผ้าไหมที่ดื้อหนักหนาโดยประมาณ 3,000 กว่าปีที่ล่วงเลยมาแล้ว โดยพบเศษผ้าไหมข้าวของวัฒนธรรมบ้านเชียง ณ ที่อยู่นาดี อำเภอหนองหาญ จังหวัดอุดร พร้อมกับที่ตั้งพื้นที่อื่นๆในเหล่าอีสาน ซึ่งจากการสันนิษฐาน พบว่า มีการเลี้ยงตัวไหม ด้วยกันนำมาทอเป็นผ้าไหมเป็น ใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม กระจายทั่วๆ ไปในแถบภาคอีสาน สายพันธุ์ไหมที่ใช้เป็นสายพันธุ์พื้นเกรงที่มีการฟักตัวได้ตลอดทั้งปี มีลักษณะรูปพรรณเรียวเล็กสีเหลือง ในส่วนเหล่าอื่นๆ ข้าวของเครื่องใช้ประเทศมีหลักฐานทดสอบพบถึงการทอผ้าไหมเป็นเครื่องนุ่งห่มปรากฏตามจารึกเครื่องใช้พงศาวดารต่างๆ ตั้งแต่สมัยอยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงรัชสมัยยุคปัจจุบัน ต่อมาการทอผ้าไหมได้มีการแก้ พื้นฟู ด้วยกันได้อนุรักษ์ไว้ในโครงการต่างๆ พร้อมด้วยหน่วยงานต่างๆ ทำให้มีการแก้ดัดแปรเปลี่ยน ด้วยกันเริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นทั้งในประเทศพร้อมกับต่างประเทศ ซึ่งยังคงเป็นที่นิยมเพื่อแต่ละครอบครัวในการทอผ้าไหมเนื่องด้วยงานบุญ กับเป็นรายได้เสริมแก่ครอบครัวนั่นเอง
 
สไตล์ และฟีเจอร์พิเศษของใช้ผ้าไหมไทย
คุณสมบัติเฉพาะสิ่งของชาติไทย จะถูกถ่ายทอดให้ปรากฏเป็นแบบต่าง ๆ เช่น ลายไทย ดอกไม้หุ่นเรขาคณิต รูปสัตว์ สัญลักษณ์ประจำท้องถิ่นต่างๆหลากหลายมาถ่ายทอดด้วยการทอลงบนผืนผ้า โดยฝีกรพร้อมทั้งองค์ความรู้สิ่งชาวบ้าน แบบดังกล่าวละเอียดอ่อน สวยงาม อ่อนช้อย ผู้สวมรู้สึกกล้วยๆ สง่างาม มีเสน่ห์ พร้อมกับยังคงคุณสมบัติเฉพาะสรรพสิ่งความเป็นไทย เหตุผลสำคัญอีกข้อหนึ่งที่ทำเอาผ้าไทยได้รับความนิยมชมชอบคือ คุณสมบัติพิเศษเฉพาะของจารชนใย ผ้าไหม ทำจากสปายใยธรรมชาติที่ได้จากสัตว์ประเภทหนอนไหม โดยคายสายลับใยออกมาทางปากมีความยาวต่อเนื่อง เมื่อนำมาทอเป็นผืนผ้าทำเอาอ่อนนุ่ม เป็นมัน เหนียว ยืดหยุ่นได้ดี ดูดซับความชื้น ย้อมสีง่ายพร้อมทั้งสวมใส่กล้วยๆเนื่องจากมีความชื้นในตัวเอง (Moisture Regain) ยิ่งไปว่านั้นจุดดีต่างๆแล้วผ้าไหมสรรพสิ่งไทยยังคงมีข้อจำกัดคือ สายสืบใยไหมเสื่อมคุณภาพได้ง่าย สมมติว่าถูกความร้อนสูงจากเตารีด แสงแดด นอกจากนั้นนี้แมลงชื่นชมกัดกินกลุ่มไหมเพราะเป็นพวกใยโปรตีน ด้วยกันสีที่ย้อมจะเสื่อมคุณภาพเมื่อถูกความชื้นมากเกินไป เพราะฉะนั้นควรประมวลชอบพอษาไว้ในที่แห้ง จากความละเอียดลออเป็นเหตุให้ผ้าไหมไทยมีมูลค่าที่สูงในระดับหนึ่ง คงคุณสมบัติเฉพาะ แต่มักจะจะดูแลยาก เพราะเช่นนั้นผ้าไหมจึงได้รับความนิยมยังไม่สูงมากนักในสังคม แต่จะนิยมแค่คนบางกลุ่ม
 
ผ้าไหมแท้ดูเช่นไร
เนื่องด้วยผ้าไหมไทยเป็นผ้าที่ทอจากทางธรรมชาติ จึงมีเคล็ดลับที่พิสูจน์ที่ง่าย เนื่องมาจากสายใยธรรมชาติจะมีความผิดแผกแตกต่างจากล่าใยสังเคราะห์อยู่มากโดยเฉพาะอย่างยิ่งความโปร่งด้วยกันความละเอียดข้าวของเครื่องใช้องค์ประกอบที่เป็นธรรมชาติ รวมไปถึงน้ำหนักจะเบากว่าผ้าในขนาดเท่า ๆ กัน
 
กรรมวิธีที่ 1
ตรวจสอบโดยรวม ถ้าเป็นไหมเนื้อละเอียดจะทอจากไหมเส้นทางเล็กซึ่งมีความเงางามพร้อมกับอาจมีขี้ไหมหรือปริศนาไหมอยู่บ้างแต่ไม่มาก ซึ่งเป็นธรรมชาติแท้ ๆ สิ่งของไหม ส่วนผ้าไหมเนื้อหยาบจะมีความเงาน้อยลงมาก แต่มีขี้ไหมอยู่ทั่วทั้งผืนเป็นคุณสมบัติเฉพาะ แต่ทั้งความเงากับขี้ไหมในปัจจุบันนี้ สมรรถเลียนแบบให้ใกล้เคียงได้มีเงาพร้อมกับมีขี้ไหมคล้ายกัน แต่เหตุการณ์โครงสร้างพร้อมทั้งความโปร่ง ใส่ฉลุย ยังไม่ศักยเลียนแบบธรรมชาติได้
 
กรรมวิธีที่ 2
หากผ้าไหมที่เราซื้อมามีความเงาและมีขี้ไหมก็ยังไม่เป็นได้วางใจได้ 100% เนื่องมาจากนวัตกรรมทันสมัยอาจจะใช้ล่าช้าใยสังเคราะห์เป็นเหตุให้ใกล้เคียงกันได้ แต่โครงสร้างสรรพสิ่งสายลับใยต่างกัน
วิธีการพิสูจน์ลำดับต่อไปก็คือ ดึงประเภทไหมจากผ้าทั้งในแนวตั้งกับในแนวนอน เพราะว่าบางขณะจะมีการปลอมแค่ครึ่งเดียว คือ ปลอมเฉพาะทางทอหรือแนวนอนเพียงนั้น แต่ทางยืนหรือแนวตั้งจะเป็นตระกูลไหมจริง ครั้นแล้ว การทดสอบจึงควรดูทั้ง 2 แนวผ้า เมื่อดึงพันธุ์ด้ายมาแล้วทดลองจุดไฟเพื่อทัศนาุ ถ้าเป็นจารชนไหมแท้ ๆ เมื่อโดนไฟจะลุกเป็นเปลวเหลือง เถ้าเป็นก้อนสีดำ มีกลิ่นเปรียบเสมือนเลยเวลาผมหรือขนนกไหม้แล้วจะหดเล็กน้อย แต่ไม่รวมเป็นก้อนเหมือนล่าใยสังเคราะห์ ตรงนี้จะเป็นจุดผิดแผกแตกต่างที่สำคัญ กล่าวคือลักษณะสรรพสิ่งจำพวกใยสังเคราะห์ที่มีความเงาจะมีส่วนประกอบสรรพสิ่งพลาสติก ถ้าเป็นไหมเทืยมจะลุกไหม้อย่างทันทีเหลือเถ้าน้อยมาก มีกลิ่นเท่าเทียมพลาสติกไหม้
 
กรรมวิธีที่ 3
ทัศน์ที่ความเปราะของใช้พันธุ์ใยถ้าเป็นผ้าไหมแท้เส้นทางใยจะเป็นธรรมชาติ มีองค์ประกอบที่เล็ก เมื่อถูกไฟจะเปราะพร้อมด้วยเมื่อใช้นิ้วขยี้ก็จะแตกเป็นเถ้า ส่วนกลิ่นก็จะไม่เหม็นมากพร้อมกับเป็นกลิ่นธรรมชาติ แต่ถ้าเป็นไหมสังเคราะห์จะมีกลิ่นเสมอเหกรนพลาสติกไหม้พร้อมด้วยจะไม่เป็นเถ้าหรือผงแต่จะหดตัวกับเป็นก้อนติดกัน เพราะวิถีใยสังเคราะห์จะมีส่วนประกอบข้าวของพลาสติก
 

Tags : ผ้าไหม,ชุดผ้าไหม,ผ้าไหม